คำตอบสั้น ๆ คือ พ.ร.บ. เป็นประกันภาคบังคับที่ช่วยคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และอนามัยของผู้ประสบภัยจากรถตามเงื่อนไข แต่ไม่คุ้มครองค่าซ่อมรถของเรา ค่าซ่อมรถคู่กรณี หรือทรัพย์สินที่เสียหาย ดังนั้น สำหรับเจ้าของรถส่วนใหญ่ การมี พ.ร.บ. เพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ

สมาคมประกันวินาศภัยไทยเผยแพร่ข่าวกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยและความเข้าใจเรื่องสิทธิของผู้ประสบภัยจากรถ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ซึ่งสะท้อนว่าความเข้าใจเรื่องขอบเขต พ.ร.บ. ยังเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ใช้รถ อ่านข่าวจากสมาคมประกันวินาศภัยไทย

จำง่ายที่สุด: พ.ร.บ. เน้นคุ้มครอง “คน” ไม่ใช่ค่าซ่อม “รถ”

พ.ร.บ. รถคืออะไร

พ.ร.บ. ที่เจ้าของรถต่ออายุทุกปี คือกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ กฎหมายกำหนดให้รถต้องมี เพื่อให้ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร คู่กรณี และบุคคลภายนอกที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถได้รับความช่วยเหลือตามสิทธิ

ความคุ้มครองแบ่งเป็นสองส่วน คือ ค่าเสียหายเบื้องต้น ซึ่งไม่ต้องรอพิสูจน์ว่าใครผิด และ ค่าสินไหมทดแทนภายหลังพิสูจน์ความรับผิด ซึ่งขึ้นอยู่กับความรับผิดทางกฎหมายและเงื่อนไขกรมธรรม์

พ.ร.บ. คุ้มครองเท่าไร

1. ค่าเสียหายเบื้องต้น โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด

กรณีวงเงินสูงสุดต่อคน
บาดเจ็บและมีค่ารักษาพยาบาลตามจริงไม่เกิน 30,000 บาท
สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพถาวรตามเงื่อนไข35,000 บาท
เสียชีวิต35,000 บาท
เกิดความเสียหายหลายกรณีรวมกันรวมไม่เกิน 65,000 บาท

ค่าเสียหายส่วนนี้เป็นความช่วยเหลือเบื้องต้นและนับรวมเป็นส่วนหนึ่งของค่าสินไหมทั้งหมด ไม่ได้หมายความว่าทุกกรณีจะได้รับเพิ่มแยกจากวงเงินส่วนอื่นเสมอไป

2. ค่าสินไหมทดแทนภายหลังพิสูจน์ความรับผิด

กรณีวงเงินสูงสุดต่อคน
บาดเจ็บตามความเสียหายจริง ไม่เกิน 80,000 บาท
สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพตามระดับที่กำหนด200,000–500,000 บาท
เสียชีวิต500,000 บาท
นอนรักษาเป็นผู้ป่วยในวันละ 200 บาท ไม่เกิน 20 วัน

วงเงินกรณีสูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพ 200,000–500,000 บาทขึ้นอยู่กับลักษณะและระดับความเสียหายที่กำหนดในกรมธรรม์ ไม่ใช่วงเงินที่เลือกได้ตามประมาณการ ดูรายละเอียดจาก บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด

ข้อสำคัญ: หากผู้ประสบภัยเป็นผู้ขับขี่รถคันที่ทำประกันและเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิด สิทธิจากกรมธรรม์รถของตนจะจำกัดไม่เกินค่าเสียหายเบื้องต้น ส่วนสิทธิกรณีเป็นฝ่ายถูกต้องพิจารณาความรับผิดและข้อเท็จจริงของเหตุ

พ.ร.บ. ไม่คุ้มครองอะไร

  • ค่าซ่อมรถของเราและค่าซ่อมรถคู่กรณี
  • รั้ว เสาไฟ ร้านค้า หรือทรัพย์สินอื่นที่เสียหาย
  • รถสูญหาย ไฟไหม้ หรือน้ำท่วม
  • รถยกและบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน เว้นแต่มีในประกันภาคสมัครใจที่ซื้อเพิ่ม

มี พ.ร.บ. อย่างเดียวพอไหม

ในทางกฎหมาย รถต้องมี พ.ร.บ. และดำเนินการด้านทะเบียนให้ถูกต้อง แต่ในทางบริหารความเสี่ยง พ.ร.บ. อย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะอุบัติเหตุหนึ่งครั้งอาจมีทั้งคนบาดเจ็บ รถเสียหาย และทรัพย์สินของบุคคลอื่นเสียหายพร้อมกัน

  • รถใหม่หรือมูลค่าสูง: อาจพิจารณาประกันชั้น 1 หากต้องการคุ้มครองตัวรถในขอบเขตกว้างขึ้น
  • รถใช้งานประจำและต้องคุมงบ: อาจพิจารณา 2+ หรือ 3+ โดยต้องเข้าใจเงื่อนไขคู่กรณีและลักษณะเหตุ
  • รถกระบะหรือรถส่งสินค้า: ต้องระบุประเภทการใช้รถให้ถูกต้อง และพิจารณาวงเงินความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
  • รถจักรยานยนต์: ควรตรวจทั้ง พ.ร.บ. และความคุ้มครองอุบัติเหตุที่มีอยู่ เพราะความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บสูง

สำหรับผู้ใช้รถในสมุทรสาคร พระราม 2 แสมดำ และบางกระดี่ ควรเริ่มจากคำถามว่า “หากเกิดเหตุ ค่าเสียหายส่วนใดที่เรารับภาระเองไม่ไหว” แล้วจึงเลือกความคุ้มครองให้ตรงกับรถ ลักษณะการใช้ และงบประมาณ

หากเกิดอุบัติเหตุ ควรทำอย่างไร

  1. ดูแลความปลอดภัยและเรียกรถพยาบาลก่อน หากมีผู้บาดเจ็บ
  2. แจ้งตำรวจและบริษัทประกันภัยโดยเร็ว
  3. เก็บภาพสถานที่ รถ ทะเบียน และข้อมูลคู่กรณีเท่าที่ทำได้โดยไม่เสี่ยงอันตราย
  4. เก็บใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จ และเอกสารเกี่ยวกับการรักษา
  5. ไม่ควรรับผิดหรือชำระเงินแทนกันก่อนทราบข้อเท็จจริงและสิทธิของแต่ละฝ่าย

คำถามที่พบบ่อย

พ.ร.บ. คุ้มครองคนขับรถคันที่ทำประกันหรือไม่

คุ้มครองค่าเสียหายเบื้องต้น แต่หากคนขับเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิด สิทธิจากกรมธรรม์รถของตนจะจำกัดไม่เกินค่าเสียหายเบื้องต้น ส่วนกรณีเป็นฝ่ายถูกให้พิจารณาสิทธิเรียกร้องตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย

พ.ร.บ. จ่ายค่าซ่อมรถคู่กรณีหรือไม่

ไม่จ่าย เพราะ พ.ร.บ. คุ้มครองชีวิต ร่างกาย และอนามัย ไม่ใช่รถหรือทรัพย์สิน

มีประกันชั้น 1 แล้ว ยังต้องต่อ พ.ร.บ. หรือไม่

ยังต้องต่อ เพราะ พ.ร.บ. เป็นประกันภาคบังคับ ส่วนชั้น 1 เป็นประกันภาคสมัครใจ ทั้งสองมีหน้าที่ต่างกัน

พ.ร.บ. หมดอายุเพียงวันเดียวมีผลอย่างไร

เมื่อกรมธรรม์สิ้นอายุ ความคุ้มครองตามสัญญาสิ้นสุดลง จึงควรต่อก่อนหมดอายุและตรวจวันเริ่มคุ้มครองทุกครั้ง

ซื้อประกันภาคสมัครใจแบบใดจึงจะพอ

ไม่มีแบบเดียวที่เหมาะกับทุกคน ต้องดูอายุและมูลค่ารถ รูปแบบการใช้งาน พื้นที่เดินทาง ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และงบประมาณที่ชำระต่อเนื่องได้

สรุป

พ.ร.บ. เป็นหลักประกันพื้นฐานที่สำคัญสำหรับผู้ประสบภัยจากรถ แต่คำว่า “มีประกันแล้ว” ไม่ได้หมายความว่ารถและทรัพย์สินได้รับความคุ้มครองด้วย เจ้าของรถควรตรวจว่ามีเพียง พ.ร.บ. หรือมีประกันภาคสมัครใจร่วมด้วย และวงเงินเหมาะกับการใช้งานหรือไม่

ข้อสงวนสิทธิ: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำเสนอขาย คำรับรองผลการเคลม หรือความเห็นทางกฎหมายสำหรับเหตุเฉพาะราย ความคุ้มครองจริงให้ยึดกรมธรรม์ เอกสารแนบท้าย ข้อเท็จจริง กฎหมายที่ใช้บังคับ และการพิจารณาของบริษัทประกันภัย ข้อมูลตรวจสอบล่าสุดวันที่ 9 สิงหาคม 2569